วันศุกร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
On 10:15 by EForL in ความโกรธ No comments
ในสมัยพุทธกาล
นางพราหมณีชื่อธนัญชานี
เป็นผู้มีความเลื่อมใสในพระรัตนตรัยมาก
วันหนึ่ง
ขณะที่นางนำอาหารมาให้พราหมณ์ผู้เป็นสามีรับประท่าน
ได้ก้าวเท้าพลาดจึงอุทานออกมาว่า "นโม ตัสสะ ภควโต"
พราหมณ์ผู้เป็นสามีเมื่อได้ยินดังนั้น
ก็ด่านางพรามณีนั้นว่า "หญิงถ่อย หญิงอัปมงคง"
เลิกพูดยกย่องนักบวชคนนั้นได้แล้ว
นางพราหมณีตอบด้วยน้ำเสียอันอ่อนโยนไม่แสดงถึงอาการโกรธกลับไปว่า
พราหมณ์ ฉันยังไม่เคยเห็นใครที่ควรกล่าวยกย่องเท่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้นเลยในโลกนี้
พราหมณ์ผู้เป็นสามีเมื่อได้ยินดังนั้น
ถึงกับเลือดขึ้นหน้าโกรธจัด
คิดจะฆ่านางพราหมณีผู้เป็นภรรยาสุดที่รักให้ตายเสียให้ได้ในวันนี้เลย
แต่ด้วยความรักจึงมิอาจทำอย่างที่คิดได้
จึงเขาไปคว้ามีดที่ลับไว้อย่างดี
ออกจากบ้านมุ่งหน้าไปยังวัดเวฬุวันอันเป็นที่ประทับของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เมื่อมาถึงวัดก็ตรงดิ่งเข้าไปที่กุฏิของพระพุทธองค์เลยทีเดียว
พระพุทธองค์ทรงรู้เรื่องราวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เป็นอย่างดี
จึงนั่งหลับตาสงบสำรวมอยู่ราวกับภูมิเขาศิลาที่ตั้งตระหง่าไม่สะท้านหวั่นไหวด้วยแรงลมจากทิศไหนๆ
พอนายพราหมณ์ได้เห็นพระวรกายของพระพุทธองค์
แค่แว็ปแรกเท่านั้นแหละความโกรธที่กำลังพลุกพลานอยู่ในร่างกายก็เริ่มสงบลงทันที
รีบเข้าไปกราบก้นโด่งเลย
พระสัมมาสัมพุทธเจ้ากล่าวทักทายพอให้ได้ระลึกนึกถึงกันเสร็จ
ก็เปิดโอกาสให้นายพราหมณ์ได้ถามปัญหาที่ค้างขาใจจนเป็นเหตุให้ถ่อสังขารมาถึงนี่
นายพราหมณ์เมื่อได้โอกาสจึงถามว่า
บุคคลฆ่าอะไรได้ ย่อมนอนเป็นสุข
ฆ่าอะไรได้ ย่อมไม่เศร้าโศก
ข้าแต่พระโคดม
พระองค์ย่อมชอบใจการฆ่าธรรม
อะไรเป็นธรรมอันเอก.
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสตอบว่า
บุคคลฆ่าความโกรธได้ ย่อมนอน
เป็นสุข
ฆ่าความโกรธได้ย่อมไม่เศร้าโศก
ดูก่อนพราหมณ์ พระอริยเจ้าทั้งหลาย
ย่อมสรรเสริญการฆ่าความโกรธ อันมีราก
เป็นพิษ มียอดหวาน เพราะว่าบุคคลฆ่า
ความโกรธนั้นได้แล้ว ย่อมไม่เศร้าโศก.
เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสอย่างนี้แล้ว
พราหมณ์เกิดความเลื่อมใสแล้วกล่าวคำยกย่องพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า
ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ
ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก
เปรียบเหมือนบุคคลหงายของที่คว่ำ
เปิดของที่ปิด บอกทางแก่คนหลงทาง
หรือส่องประทีปในที่มืด ฉะนั้น
ข้าพระองค์นี้
ขอถึงพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งตลอดชีวิต
ธนัญชานีสูตร
25/195 (มมก.)
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น