วันศุกร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2560
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าอนาถใจมาก
เมื่อมีคนหนึ่งเข้ามาทำบุญเสร็จเขาก็นั่งอธิษฐานอยู่เพลินๆ
อีกคนเดินมาบอก “แกมันโลภ” ทำบุญแล้วขอโน่นขอนี่
แต่ที่จริงคนนั้นแหล่ะไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวเลย
เพราะความจริง เรื่องการอธิษฐานนี่
นับเป็นบารมีอีกอย่างหนึ่งเชียวนะ
เป็นเรื่องที่คนฉลาดเค้าทำกัน
เพราะการตั้งจิตอธิษฐาน
คือการรู้จักตั้งเป้าหมายหรือเจาะจงผลแห่งบุญว่า
จะให้เกิดขึ้นอย่างไรและเกิดขึ้นเมื่อไหร่
อธิษฐาน
ดังเช่นคนที่เค้าจะตักบาตรพระ
เค้าก็ยกขันขึ้นทูนหัวและอธิษฐานว่า
“ข้าวของข้าพเจ้า ขาวดังดอกบัว ยกขึ้นเหนือหัว
ตั้งจิตจำนงตรงต่อพระนิพพาน ขอให้ถึงเมืองแก้ว
ขอให้แคล้วบ่วงมาร ขอให้พบพระศรีอารย์
ในอนาคตกาลเบื้องหน้านี้เทอญ..”
หรือบางคนทำบุญแล้วมีกำลังใจดีๆ
ก็อาจจะอธิษฐานขอเอานิพพานกันไปเลยว่า
“นิพพานนะ ปัจจะโย โหตุ” อย่างนี้เป็นต้น
ถามว่าทำไมจะต้องอธิษฐานขอพระนิพพานกัน
ทั้งที่บางทีใจก็ยังไม่ค่อยอยากจะไป ตรงนี้ก็ขอตอบว่า
เพราะนิพพานเป็นยอดแห่งความสุข
คนเราทำบุญก็หวังความสุข ก็ในเมื่อหวังความสุข
แล้วทำไมไม่ไปเอาที่ยอดแห่งความสุขเสียเลยล่ะ
เมื่ออธิษฐานถึงยอดแล้ว
เดี๋ยวฐานหรือตรงกลางมันก็มีตามๆกันมานั้นแหล่ะ
ไม่ต้องเป็นห่วง อธิษฐานเอายอดไว้เลยดีที่สุด
คนที่สร้างบุญแล้วไม่ได้ตั้งจิตอธิษฐาน
ก็ไม่ใช่จะไม่เกิดผลนะ เกิดเหมือนกันแต่ไม่รู้ว่าเป็นผลอะไร
ที่ไหน และเมื่อไหร่
อันนี้ไม่รู้
ดังมีเรื่องของคนที่ขาดอธิษฐานบารมีว่าไว้
ในคัมภีร์ คือ สมัยหนึ่งมีเศรษฐีใหญ่มั่งคั่งร่ำรวยมาก
มีความเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธเจ้า
แต่ไม่มีโอกาสได้ไปฟังธรรม
ต่อมาเศรษฐีก็มีความขัดสนขึ้นจนตัวเอง
เหลือทรัพย์สินในระดับแค่ความเป็นเศรษฐีเล็กๆ
เมื่อถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีโอกาสได้ไปฟังธรรมอีก
ต่อมาจากเศรษฐีเล็ก ก็กลับกลายเป็นคนยากจน
เมื่อถึงตอนนี้จึงได้ฟังธรรมจากพระพุทธเจ้า
เมื่อฟังแล้วก็เกิดความเลื่อมใสศรัทธาตั้งมั่นในพระรัตนตรัย
หลังจากตาคนนี้แกกลับไป
พระพุทธเจ้าก็ตรัสกับสาวกว่า
“ถ้าชายคนนี้ได้ฟังธรรมจากเราตั้งแต่เป็นเศรษฐีใหญ่
จะได้บรรลุธรรมชั้นอนาคามี หรือถ้าได้ฟังธรรมจากเรา
ตั้งแต่เป็นเศรษฐีเล็กๆ ก็ยังจะได้บรรลุธรรมชั้นโสดาบัน
แต่เมื่อชายคนนี้มาฟังธรรมจากเรา
ขณะที่เป็นคนยากจน จึงไม่สามารถบรรลุธรรมอันเลิศ
ในชั้นหนึ่งชั้นใดได้เลย
เพราะจิตใจของเข้านั้นมัวแต่พะวง
อยู่กับการทำมาหากิน ซึ่งที่เป็นเช่นนั้น
เพราะบุคคลนี้ขาดการรอธิษฐานบารมี มาในกาลก่อน”
เป็นอย่างไร น่ากลัวหรือไม่
มีโอกาสได้พบพระพุทธเจ้าและได้โอกาสแห่งการบรรลุธรรมแล้วแท้ๆ
แต่กลับต้องพลาดโอกาสไปอย่างน่าเสียดาย
เพียงเพราะขาดการ “อธิษฐาน”
ดังนั้นขอให้ท่านทั้งหลายที่กำลังอ่าน
จงอย่าได้ประมาทในการอธิษฐาน อธิษฐานเข้าไปเถอะ
ใครจะว่าอย่างไรก็ช่างเขา เราทำของเราให้ดีก็แล้วกัน
Cr.
หนังสือบุญสร้างได้ไม่ยาก
บ้าน.ธรรม.บุญ
วันเสาร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559
สิ่งที่ผู้หญิงต้องรู้เมื่อเข้าไปอยู่ในตระกูลของสามี
คนเฒ่าคนแก่ตั้งแต่โบราณ เมื่อลูกสาวแต่งงานจะต้องออกเหย้าออกเรือน
ไปอยู่ในตระกูลของสามี
ท่านเหล่านั้น มักจะอบรมสั่งสอนลูกสาวของตัวเอง
โดยให้หลักปฏิบัติไว้ ๑๐ ประการ ได้แก่
๑) อย่านำเรื่องไม่ดีของพ่อผัวแม่ผัวและสามีออกไปพูดให้คนภายนอกฟัง
๒) เมื่อคนภายนอกตำหนิพ่อผัวแม่ผัวและสามีอย่างไร
อย่านำมาพูดให้คนในบ้านฟัง
๓) ควรให้แก่คนที่ยืมของไปใช้แล้วนำมาส่งคืน
๔) ไม่ควรให้แก่คนที่ยืมของไปใช้แล้วไม่นำมาส่งคืน
๕) เมื่อมีญาติมิตรจะเป็นคนยากดีมีจนอย่างไรมาขอความช่วยเหลือ
รู้อยู่ว่าถ้าให้ไปแล้วอาจจะให้คืนหรือไม่ให้คืน ก็ควรให้
๖) ไม่นั่งเกะกะขวางหู ขวางตาพ่อผัว แม่ผัวและสามี
๗) เมื่อถึงยามต้องกินต้องใช้ ควรจัดให้พ่อผัว
แม่ผัวและสามีบริโภคก่อนแล้ว ตนจึงบริโภคภายหลัง
๘) ให้มีความสำนึกอยู่เสมอว่า พ่อผัว
แม่ผัวและสามีเป็นบุคคลสำคัญจำเป็นจะต้องบำรุงดูแล
๙) ให้ความเคารพยำเกรงพ่อผัว แม่ผัว
และสามีตลอดจนญาติผู้ใหญ่ของฝ่ายสามี
๑๐) ให้มีความสำนึกอยู่เสมอว่า พ่อผัว แม่ผัว
และสามีเป็นเหมือนเทวดาที่จะต้องให้ความนอบน้อม
หลักปฏิบัติทั้ง ๑๐ ประการนี้
ถือเป็นสิ่งที่ทำได้ยากมากในสังคมปัจจุบัน
สำหรับท่านผู้หญิงคงอาจจะสงสัยว่าทำไมต้องทำขนาดนี้ด้วย
เลือกปฏิบัติเพียงข้อเดียวไม่ได้หรือ
เรื่องนี้ก็ไม่อาจจะรู้ได้
แต่รู้อยู่อย่างหนึ่งคือ "ความรักความใคร่ไม่กี่ปีก็จางหาย
คงเหลือไว้แต่ความดีของศรีภรรยาที่คงทน"
ถ้าฝ่ายหญิงทำหน้าตามที่ได้กล่าวมานี้อย่างดีเยี่ยมผู้ชายคงไม่กล้านอกใจแน่
ถ้าชายไหนได้ภรรยาที่ดีเช่นนี้แล้วยังนอกใจ
แสดงว่าคนนี้เลวแต่กำเนิดจริงๆ
วันพุธที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2559
บทสวดมนต์อิติปิโสฯ
ถูกยกย่องว่าศักดิ์สิทธิ์มาก เพราะ
บทสวดมนต์อิติปิโสฯ แต่ล่ะตัวอักษรจะมีความย่อของ 1
บท เช่น อิ = 1 บท , ติ = 1 บท ดังตัวอย่างด้านล่าง
"#อิติปิโส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ วิชชาจะระณะสัมปันโน สุคะโต
โลกะวิทู อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ สัตถา เทวะมะนุสสานัง พุทโธ ภะคะวาติ
สวดเท่าอายุเกินอายุหนึ่งจบนะคับ
๑. #อิ. อิฏโฐ สัพพัญญุตัญญานัง อิจฉันโต อาสะวักขะยัง
อิฏฐัง ธัมมัง อะนุปปัตโต อิทธิมันตัง นะมามิหัง
(อิ แปล จงหมั่นภาวนา ป้องกันศัสตรา ห่อนต้องอินทรีย์ ทำให้แคล้วคลาด
นิราศไพรี สิริย่อมมี แก่ผู้ภาวนา)
๒. #ติ. ติณโณ โย วัฏฏะทุกขัมหา ติณณัง โลกานะมุตตะโม
ติสโส ภูมี อะติกกันโต ติณณะโอฆัง นะมามิหัง
(ติ แปล ถึงบทนี้ไซร้ หมั่นภาวนาไว้ กันภัยนานา ภูตผีปีศาจ มิอาจเข้ามา
ทั้งปอปทั้งห่า ไม่มาหลอกหลอน)
๓. #ปิ. ปิโย เทวะมะนุสสานัง ปิโยพรหมานะมุตตะโม
ปิโย นาคะสุปัณณานัง ปิณินทริยัง นะมามิหัง
(ปิ แปล ภาวนานึก สติตรองตรึก อย่าทำใจร้อน สารพัดเมตตา อย่าได้อาวรณ์
ครูแต่เก่าก่อน เคยได้ใช้มา)
๔. #โส. โสกา วิรัตตะจิตโต โย โสภะนาโม สะเทวะเก
โสกัปปัตเต ปะโมเทนโต โสภะวัณณัง นะมามิหัง
(โส แปล ภาวนาทุกวัน ตามกำลังวัน ป้องกันอันตราย ทุกข์ภัยพิบัติ สารพัดเหล่าร้ายศัตรูทั้งหลาย
แคล้วคลาดห่างไกล)
๕. #ภะ. ภะชิตา เยนะ สัทธัมมา ภัคคะปาเปนะ ตาทินา
ภะยะสัตเต ปะหาเสนโต ภะยะสันตัง นะมามิหัง
(ภะ แปล จงภาวนา กันโรคโรคา ไข้เจ็บทั้งหลาย ศัตรูมุ่งมาด มิอาจทำได้
พินาศยับไปด้วยพระคาถา)
๖. #คะ. คะมิโต เยนะ สัทธัมโม คะมาปิโต สะเทวะกัง
คัจฉะมาโน สิวัง รัมมัง คะตะธัมมัง นะมามิหัง
(คะ แปล ถ้าหมั่นภาวนา โรคภัยโรคา ไม่มาย่ำยี จะค่อยบรรเทา หากโรคเก่ามี
มิช้ากายี สิ้นทุกข์สุขา)
๗. #วา. วานา นิกขะมิ โย ตัณหา วาจัง ภาสะติ อุตตะมัง
วานะ นิพพาปะ นัตถายะ วายะมันตัง นะมามิหัง
(วา แปล บทนี้ดีล้ำ ภาวนาซ้ำๆ ป้องกันศัตรู เหล่าโจรอาธรรม์ พากันหนีอู้
ไม่คิดต่อสู้ออกได้หายไป)
๘. #อะ. อะนัสสา สะกะสัตตานัง อัสสาสัง เทติ โย ชิโน
อะนันตะคุณะสัมปันโน อันตะคามิง นะมามิหัง
(อะ แปล ให้ภาวนา กันเสือช้างมา ทำร้ายรบกวน เป็นมหาจังงัง
สิ้นทั้งชบวนจระเข้ประมวล สัตว์ร้ายนานา)
๙. #ระ. ระโต นิพพานะสัมปัตเต ระโต โย สัตตะโมจะเน
รัมมาเปตีธะ สัตเต โย ระณะจัตตัง นะมามิหัง
(ระ แปล ภาวนาไว้ คุณคนคุณไสย สารพัดพาลา ใช้ป้องกันได้
มิให้เข้ามาถูกต้องกายา พินาศสูญไป)
๑๐. #หัง. หัญญะติ ปาปะเก ธัมเม หังสาเปติ ปะรัง ชะนัง
หังสะมานัง มะหาวีรัง หันตะปาปัง นะมามิหัง
(หัง แปล ให้ภาวนา ในเมื่อเวลา เข้าสู่สงคราม ข้าศึกศัตรู
ใจหู่ครั่นคร้ามไม่คิดพยายาม ทำร้ายเราแล)
๑๑. #สัม. สังขะตาสังขะเต ธัมเม สัมมา เทเสสิ ปาณินัง
สังสารัง สังวิฆาเฏติ สัมพุทธันตัง นะมามิหัง
(สัม แปล ภาวนาตรึก ช่างดีพิลึก ท่านให้รำพัน เมื่อจะเข้าสู่
เหล่าศัตรูสรรพหมดสิ้นด้วยกัน พ่ายแพ้ฤทธิ์)
๑๒. #มา. มาตาวะ ปาลิโต สัตเต มานะถัทเธ ปะมัททิโต
มานิโต เทวะสังเฆหิ มานะฆาฏัง นะมามิหัง
(มา แปล ภาวนาไว้ ถ้าหมั่นเสกไซร้ ทุกวันยิ่งดี แก้คนใจแข็ง มานะแรงมีใจอ่อนทันที
ไม่เย่อไม่หยิ่ง)
๑๓. #สัม. สัญจะยัง ปาระมี สัมมา สัญจิตะวา สุขะมัตตะโน
สังขารานัง ขะยัง ทิสวา สันตะคามิง นะมามิหัง
(สัม แปล สำหรับบทนี้ ตำรับกล่าวชี้ ว่าดีจริงจริง สำหรับเสกยา
ปัญญาดียิ่งสุดจะหาสิ่ง ใดมาเปรียบปาน)
๑๔. #พุท. พุชฌิตวา จะตุสัจจานิ พุชฌาเปติ มะหาชะนัง
พุชฌาเปนตัง สิวัง มัคคัง พุทธะเสฏฐัง นะมามิหัง
(พุท แปล ภาวนาไป เสนียดจัญไร มิได้พ้องพาน อุปสรรคไรไร
ก็ไม่คะคานแสนจะสำราญ ให้หมั่นภาวนา)
๑๕. #โธ. โธติ ราเค จะ โทเส จะ โธติ โมเห จะ ปาณินัง
โธตะเกลสัง มะหาปุญญัง โธตาสะวัง นะมามิหัง
(โธ แปล ภาวนาไว้ กันเสือช้างได้ ทั้งสุนัขหมา ใช้ป้องกันภัย
สัตว์ร้ายนานาไม่อาจเข้ามาย่ำยีบาทา)
วันพฤหัสบดีที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2559
พระพุทธองค์ตรัสเล่าถึงอานิสงค์
หรือผลที่เกิดจากการเจริญเมตตาว่ามีผลมาก
ซึ่งถ้านำมาเรียงเป็นข้อๆ จะได้ ๑๑ ประการ ดังนี้
๑. หลับเป็นสุข คือ หลับสบาย หลับสนิท
๒. ตื่นเป็นสุข คือ เมื่อตื่นขึ้นมาก็สบายตัว หายอ่อนเพลีย ไม่มีอาการง่วงติดต่ออีก
๓. ไม่ฝันร้าย คือ จะไม่ฝันเห็นสิ่งเลวร้ายทำให้สะดุ้งตื่นกลางคัน
ถ้าฝันก็เป็นฝันดี
๔. เป็นที่รักของคนทั่วไป คือ จะเป็นคนมีเสน่ห์
ไปที่ใดก็ปราศจากศัตรูผู้คิดร้าย
๕. เป็นที่รักของอมนุษย์ทั้งหลาย คือ แม้สัตว์ต่าง ๆ ก็รักผู้แผ่เมตตา
ไม่ขบกัด ไม่ทำร้าย
๖. เทวดารักษาคุ้มครอง คือ
จะเดินทางไปไหนมาไหนเทวดาจะคุ้มครองให้ความปลอดภัยตลอดเวลา จะไม่ประสบเคราะห์ภัย
๗. ไฟ ศาสตรา ยาพิษ ไม่อาจจะมาแผ้วพานได้
๘. จิตเป็นสมาธิเร็ว คือ ผู้แผ่เมตตาเป็นประจำ ถ้าทำสมาธิ
จิตจะสงบนิ่งได้เร็ว
๙. หน้าตาผิวพรรณจะผ่องใส คือ ผิวพรรณจะมีน้ำมีนวลมีเสน่ห์เรียก
ความสนใจได้
๑๐.ไม่หลงเวลาตาย คือ เวลาใกล้ตาย จะไม่หลงเพ้อ หรือไม่ดิ้นทุรนทุราย
จะสิ้นใจอย่างสงบเหมือนนอนหลับไป
๑๑.เมื่อไม่อาจบรรลุธรรมชั้นสูง ย่อมเข้าถึงพรหมโลก
เพราะฉะนั้น ผู้ประสงค์เป็นที่รักเป็นที่นับถือของผู้อื่น
หรือหวังความสุขความสงบความเยือกเย็นแห่งจิตใจ จึงควรแผ่เมตตากันดูเถิด
อังคุตตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต เมตตาสูตร
วันพุธที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2559
ด้วยภาวะความเป็นอยู่ในปัจจุบัน
ไม่ใช่เรื่องง่ายที่เราจะเข้าใจเรื่องบาป บุญ คุณ โทษ
และเรื่องการทำทานรักษาศีลทำสมาธิภาวนาอย่างถ่องแท้
เมื่อไม่เข้าใจ ก็ไม่เกิดศรัทธาอยากทำทานรักษาศีล
และเจริญภาวนา
ซึ่งปัญหาความไม่เข้าเช่นนี้ก็เคยเกิดขึ้นมาแล้วในสมัยพุทธกาล
ดังเรื่องราวต่อไปนี้
มีเสนาบดีท่านหนึ่งไม่เห็นประโยชน์ของการให้ทาน
จึงเข้าไปถามพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า
อานิสงค์แห่งทานในปัจจุบันมีบ้างไหม?
ขอบคุณภาพจากเว็ป dmc.tv
ก่อนที่พระพุทธองค์จะตอบ ท่านถามย้อนกลับไปว่า
ถ้าพระอรหันต์ผู้ยอดเยี่ยมที่สุดในโลกพระองค์หนึ่ง จะโปรดใครสักคน
ท่านจะเลือกไปโปรดใครก่อนระหว่างคนที่ไม่เชื่อเรื่องบาปบุญ
ไม่เคยให้อะไรแก่ใครเลย
ชอบพูดส่อเสียด กับคนที่เชื่อเรื่องบาปบุญ ชอบให้สิ่งของ
พูดจาดีมีสัมมาคารวะ
-----
เสนาบดีท่านนั้นตอบว่า ก็ต้องมาโปรดคนที่เชื่อเรื่องบาปบุญก่อนสิ
พระเจ้าข้า
-----
พระพุทธองค์ถามต่อไปว่า แล้วเครดิต (กิตติศัพท์อันงาม) ของทั้งสองคนนี้
ใครน่าเชื่อถือกว่า
-----
เสนาบดีตอบว่า คนที่ไม่เชื่อเรื่องบาปบุญ ไม่ให้สิ่งของหรือช่วยเหลือแก่ใครๆ
เลยจะไปมีความน่าเชื่อถือได้อย่าง
พระเจ้าข้า
-----
พระสัมมาฯ ถามต่อไปอีกว่า ระหว่างคนทั้งสองนี้
เวลาเข้าไปคบค้าสมาคมกับกลุ่มคนในระดับต่างๆ คนไหนจะดูดีมีสง่าราศี
หรือมีความองอาจมากกว่ากัน
-----
เสนาบดีตอบว่า ก็คนที่ไม่เชื่อเรื่องบาปบุญ
ไม่เคยให้สิ่งของอะไรแก่ใครๆ
จักเป็นผู้แกล้วกล้าไม่เก้อเขินได้อย่างไร
-----
เมื่อทั้งสองคนนี้ละจากโลกไป ใครควรได้ไปอยู่สวรรค์
เสนาบดีตอบด้วยความมั่นใจว่า
คนที่ไม่เชื่อเรื่องบาปบุญ มีความตระหนี่ถี่เหนียว
ชอบพูดส่อเสียด เมื่อตายไปจักเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์อย่างไรได้
ส่วนคนที่มีศรัทธา
เป็นทานบดี ยินดีให้ความสนับสนุน เมื่อตายไปเขาควรจะได้ไปอยู่ในสุคติโลกสวรรค์
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงตรัสยืนยันอีกทีว่า เป็นอย่างนั้นแหละ
ท่านเสนาบดี
-----
ดูก่อนท่าน เสนาบดี อานิสงค์ในปัจจุบัน ๖ ประการ ของการให้ทาน คือ
๑. ผู้ให้ทานย่อมเป็นที่รัก ที่ชอบใจของชนหมู่มาก
๒. สัปปบุรุษผู้สงบ ย่อมคบหาผู้ให้ทาน
๓. ย่อมได้ฟังพระสัจธรรมจากสัปปบุรุษ
๔. กิตติศัพท์อันงามของผู้ให้ทาน ย่อมขจรทั่วไป
๕. ผู้ให้ทาน ย่อมไม่ห่างเหินจากธรรมของคฤหัสถ์
๖. ผู้ให้ทาน เมื่อตายไปแล้ว ย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์
- สีหสูตร 37/173-177 มมก.
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
Search
สนับสนุนผู้เขียน
บทความยอดนิยม
-
เวลาขึ้นบ้านใหม่ หรือมีงานมงคลพิธีต่าง ๆ คนไทยมักจะนิมนต์พระมาสวดเจริญพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนกลับหลวงปู่ หลวงพ่อก็มักจะเขียนค...
-
ชาวพุทธเถรวาท คือ ชาวพุทธที่ยึดมั่นในวาทะของพระเถระ ซึ่งก็คือพระอรหันต์ 500 รูป ที่ประชุมกันทำสังคายนาครั้งที่ 1 หลังพุทธปรินิพพาน 3 เดือ...
-
* ในสมัยพุทธกาล มีหญิงรูปร่างผอมบาง เนื้อตัวสะพรั่งไปด้วยเส้นเอ็นคนหนึ่ง ชื่อว่า กิสาโคตมี นางเกิดในสกุลของคนเข็ญใจในกรุงสาวัตถี เมื่อ...
-
สรรพสิ่งทั้งหลายในโลกนี้ล้วนมีวิวัฒนาการ การเปลี่ยนแปลงเพื่อความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์ให้สามารถอยู่ได้ยาวนานมากที่สุด พระพุท...
-
ในกาลนานมาแล้ว เศรษฐีผู้หนึ่งมีภรรยาเป็นหมัน ต่อมาเขาได้นำหญิงอีกคนหนึ่งมาเป็นภรรยา เหตุการณ์โกลาหลเกิดขึ้นเมื่อภรรยาน้อยตั้งท้อง วัน...
-
ศาสนาทุกศาสนา แต่เดิมล้วนมุ้งสอนให้มวลมนุษยชาติอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข ปราศจากการประทุษร้ายซึ่งกันและกัน และสอนให้รู้ถึงเป้าหมายที่แท้จริงขอ...
-
การสังคายนาครั้งที่ 1 การสังคายนาในครั้งพุทธกาลมีปรากฏในสังคีติสูตร (ที.ปา. (ไทย) 10/ 296-349/ 247-366 ) กล่าวไว้ว่า พระสารีบุตรได...
-
การสังคายนาครั้งที่ 3 การสังคายนาครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อประมาณ พ . ศ . 236 มีปรากฏในอรรถกถา มหาวิภังค์ (วิ.มหา. อ. (ไทย) 1/ 93-11...
-
ถ้ามนุษย์ทุกคนในโลกรู้ว่าผลแห่ง "ทาน" ที่ตนให้จะส่งผลมากมายขนาดไหน ความ "ตระหนี่" จะไม่เกิดขึ้นในใจของใครๆ เลยแม้แต่น...
-
การบำเพ็ญบารมีของพระโพธิสัตว์ในพุทธศาสนามหายาน พบว่าแนวคิดเรื่องพระโพธิสัตว์ในพุทธศาสนามหายานนี้มีพัฒนาการมาจากปัจจัยที่สำคัญหลายประกา...
บทความทั้งหมด
-
►
2016
(36)
- ► กุมภาพันธ์ (1)
สถิติผู้เข้าชม
ติดตามผู้เขียน
ฟอร์มรายชื่อติดต่อ
ติดตามที่ Facebook
Tags
ขับเคลื่อนโดย Blogger.



